การศึกษาในอเมริกาใต้

รู้จัก ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ดีแค่ไหน

Home  /  Uncategorized  /  รู้จัก ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ดีแค่ไหน

รู้จัก ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ในฐานะหนึ่งนักเตะไทยในตำนาน

ณ วินาทีนี้ เชื่อว่าคงไม่มีประชาชนคนไทยคนใดที่จะไม่รู้จัก ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือฟุตบอลทีมชาติไทย ด้วยความสามารถและประสบการณ์อันยาวนานที่อาจจะเรียกว่าเป็นผู้นำทีมชาติไทยที่จะช่วยให้ทีมไปไกลถึงบอลโลกก็ว่าได้ แต่น่าเสียดายตรงที่ล่าสุด ‘ซิโก้’ ตัดสินใจไม่ต่อสัญญาดูแลทีมชาติไทย เริ่มจากการประกาศผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ขอยุติบทบาทในการเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย หลังจากที่ได้เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนให้กับทีมฟุตบอลทีมชาติไทยนานกว่า 4-5 ปี

เมื่อพูดถึง ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง แม้วันนี้เราจะรู้จักเขาในฐานะของหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย แต่ในอดีตเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมานั้น ซิโก้ คือ นักเตะไทยที่ติดทีมชาติ เป็นกองหน้าคนสำคัญที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ซิโก้จึงเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีชื่อเสียง ประสบความสำเร็จในวงการฟุตบอลจนเป็นที่กล่าวขวัญถึงว่าเป็นนักเตะระดับตำนานอีกคนหนึ่ง

เราย้อนกลับไปดูประวัติของซิโก้กันสักหน่อย เริ่มที่ชื่อของเขาที่มีนามว่า “ซิโก้” ก่อนเลย ซิโก้ไม่ได้เป็นชื่อเดิม แต่เป็นฉายาที่สื่อมวลชนสายกีฬาเป็นผู้ตั้งให้ โดยตั้งให้เหมือนกับชื่อเล่นของนักฟุตบอลชาวบราซิลที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักกันในขณะนั้น และอีกหนึ่งความโดดเด่นที่ทำให้ซิโก้ไม่เหมือนใคร ก็คือลีลาในการที่เขาจะกระโดดตีลังกาทุกครั้งที่ทำประตูได้ จนกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของเขาและเป็นที่จดจำของคนทั่วไป

ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เกิดวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2516 ที่อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ในวัยเด็ก ซิโก้ ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนบ้านหนองแดง ที่กุมภวาปี ย้ายมาเรียนต่อที่โรงเรียนน้ำพองศึกษา จ.ขอนแก่น จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากนั้นก็มาเรียนต่อในระดับอนุปริญญาที่โรงเรียนพาณิชยการกรุงเทพ เรียนต่อในระดับอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการ และยังได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม สาขาวิชาการจัดการการกีฬาอีกด้วย ซิโก้แต่งงานกับ อัสราภา วุฒิเวทย์ ในปี 2545 มีลูกสาวทั้งหมด 3 คน

รู้ประวัติส่วนตัวของซิโก้กันไปแล้ว คราวนี้เรามาดูเส้นทางชีวิตการเป็นนักกีฬาฟุตบอลของเขาดูบ้างว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร กว่าจะมาเป็นซิโก้ในวันนี้ ซิโก้ชอบเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่ยังเล็กเหมือนกับเด็กต่างจังหวัดคนอื่น ๆ แต่เขามีความโดดเด่น มีทักษะในการเล่นฟุตบอลที่ดี จึงทำให้สามารถติดทีมชาติไทยชุดเยาวชนและได้ไปแข่งขันระดับประเทศเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2533 ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่สวยงามของซิโก้ อีกเพียง 3 ปีหลังจากนั้น ซิโก้ก็สามารถติดทีมชาติไทยชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ได้ลงแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 24

นับตั้งแต่ติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ในปี 2533  จนถึงการเล่นให้กับทีมชาติไทยในปี 2550 โดยนัดสุดท้ายเป็นนัดกระชับมิตรกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในบ้านเองที่สนามศุภชลาศัย มีการบันทึกไว้ว่า ซิโก้ลงเล่นไปทั้งสิ้น 134 นัด และเป็นผู้ที่สามารถทำประตูได้สูงที่สุดมากถึง 71 ประตู แต่ถ้านับสถิติการทำประตูในนามทีมชาติไทยทุกชุดของซิโก้ เขายิงไปทั้งหมด 100 ประตูทีเดียว ตลอดระยะเกือบ 20 ปีนี้ ซิโก้ได้มีโอกาสเล่นให้กับทีมชาติไทยและอยู่ในชุดที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับทีม

ฟุตบอลทีมชาติไทยหลายต่อหลายครั้งด้วยกัน เช่น ชุดที่ชนะเลิศกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 17, 18 และ 19 ชุดที่ได้อันดับที่ 4 ในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ โดยเป็นที่ 4 สองสมัยติดต่อกันในยุคนั้นมีตัว ทีเด็ดบอลเต็ง อยู่3ตัว คือ ซิโก้ ตะวัน และ เนติพงษ์ ตลอดช่วงที่เล่นในนามทีมชาติไทยนั้น ซิโก้สามารถทำแฮตทริกได้ถึง 4 ครั้ง คือ ฟุตบอลซีเกมส์ครั้งที่ 20 ปี 2542, นัดกระชับมิตรกับคูเวตในปี 2544, ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชีย ปี 2544 นัดที่เจอกับปากีสถาน และนัดสุดท้ายไทเกอร์คัพ รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่เจอกับลาว ปี 2545

ในช่วงที่เขายึดการเล่นฟุตบอลเป็นอาชีพนั้น ซิโก้ได้เล่นให้กับสโมสรในประเทศไทย คือ ธนาคารกรุงไทย ราชประชาและตำรวจ ส่วนประวัติการค้าแข้งในต่างประเทศนั้น ซิโก้ได้เดินทางไปเล่นเพื่อค้าแข้งที่ประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์และเวียดนาม รวมถึงได้มีโอกาสไปค้าแข้งที่ประเทศเมืองผู้ดีอย่างอังกฤษในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ด้วย จึงทำให้ช่วงต่อมาที่เขาเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนนั้นเขามักจะให้สัมภาษณ์สื่ออยู่เสมอว่าการได้ไปเล่นในต่างประเทศจะช่วยให้แข็งแกร่งขึ้น ทักษะและความสามารถในการเล่นฟุตบอลจะได้รับการพัฒนาขึ้นมากจากทั้งโค้ชและเพื่อนร่วมทีม อีกทั้งด้วยความที่ต้องอยู่ต่างบ้านต่างเมืองก็เหมือนกับต้องต่อสู้กับสภาพจิตใจตัวเองด้วย  แถมยังต้องคอยดูแลเรื่องการกินอาหารให้ดี การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การมีวินัยในการหมั่นฝึกซ้อม ซึ่งเมื่อเทียบกับการเล่นฟุตบอลในประเทศไทยแล้วจะต่างกัน เพราะที่นี่จะมีคนคอยดูแลเป็นอย่างดี

นอกเหนือไปจากความเก่งและทักษะในการเล่นฟุตบอลที่โดดเด่นของ ซิโก้ จนทำให้เขามีชื่อเสียงมาจนทุกวันนี้ อีกเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ หน้าตาอันหล่อเหลาและรอยยิ้มจริงใจที่ซิโก้มีมาตั้งแต่สมัยอดีตที่เป็นนักเตะจนถึงปัจจุบันที่ผันตัวมาเป็นโค้ชก็

ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้มีแต่คนชอบ หลงรัก ชื่นชมและคอยเชียร์ซิโก้อยู่เสมอ ไม่ว่าเขาจะทำอะไรอยู่ก็ตาม

ความสำเร็จจากการเป็นโค้ชฟุตบอลของซิโก้นั้นเราแทบไม่ต้องพูดถึง เคยเป็นผู้ฝึกสอนสโมสรมากมาย ทั้งคุมทีมฉลามชล ชลบุรี เอฟซี, คุมทีมบีบีซียูจนไต่อันดับเลื่อนชั้นจากดิวิชั่น 1 มาเล่นในไทยพรีเมียร์ลีกได้อันดับ 3, คุมทีมฮอง อันห์ ยาลาย ที่เวียดนาม ซิโก้เป็นหนึ่งในผู้เปลี่ยนประวัติศาสตร์อีกหน้าของวงการฟุตบอลไทยเราเลยก็ว่าได้ จากการนำพาให้ทีมชาติไทยคว้าแชมป์ซูซูกิคัพได้เป็นผลสำเร็จในปี 2014 และล่าสุดหลังจากการรอคอย 14 ปีทีมฟุตบอลทีมชาติไทยก็ได้เข้ารอบฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกโซนเอเชียรอบ 12 ทีมสุดท้ายเป็นผลสำเร็จ

แม้ว่าซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมืองจะได้ตัดสินใจลาออกจากการเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ตาม เส้นทางชีวิตของเขาจากนี้ก็ยังคงจะเป็นที่สนใจของกองเชียร์แฟนบอลชาวไทยต่อไปอย่างแน่นอน


Comments are closed.